GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "J. Allen Brack"
Activision Blizzard โดนยื่นฟ้องฐานคุกคามทางเพศและการเลือกปฏิบัติ
    กรมการจัดหางานและเคหะแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (Department of Fair Employment and Housing: DFEH) ได้ทำการยื่นฟ้อง Activision Blizzard ในเรื่องของพนักงานที่โดนคุกคามทางเพศไม่ว่าจะเป็นทางด้านวาจาหรือการกระทำ และ วัฒนธรรมในการทำงานที่คอยกดขี่พนักงานอยู่เสมอ     การฟ้องในครั้งนี้มาจากการตรวจสอบและเก็บหลักฐานเป็นเวลากว่า 2 ปี นอกจากนี้ผู้หญิงที่ทำงานในบริษัทยังได้รับค่าจ้างและการเลื่อนขั้นน้อยกว่าผู้ชายในตำแหน่งเดียวกันด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้ทาง Activision Blizzard จะปฏิเสธการกล่าวหาในครั้งนี้ไปแล้วก็ตาม    ใน เอกสารยื่นฟ้อง ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ผู้หญิงถูกวาจาแทะโลมอยู่หลายครั้ง รวมไปถึงการแตะเนื้อต้องตัวและการคุกคามอื่นๆ อีกมากมาย" ในสตูดิโอนั้น นอกจากนี้ก็มีเรื่องของ "พนักงานหญิงที่ทำงานให้กับทีมเกม World of Warcraft นั้นถูกพนักงานชายรวมถึงหัวหน้าเข้ามาจีบและข่มขู่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนหรือการแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อผู้หญิง" จากคำร้องเรียนที่ผ่านมา อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเองก็เคยถูกกล่าวหาเรื่อง "แตะเนื้อต้องตัวพนักงานหญิงในงานของบริษัทต่างๆ และรับพักงานหญิงเข้าทำงานจากหน้าตา"นอกจากนี้ก็มีอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเหตุการณ์ที่พนักงานฆ่าตัวตายเนื่องมาจากการคุกคามอีกด้วย    คำร้องเรียนที่เคยส่งไปยังแผนก HR ของ Activision Blizzard รวมไปถึง J. Allen Brack ผู้เป็นประธานของ Blizzard ก็ถูกปฏิเสธไปเพราะ "คำร้องถูกเมินเฉยและนับว่าไม่เหมาะสม แถมไม่ได้เก็บเป็นความลับอีกด้วย" ซึ่งทำให้พนักงานที่ส่งคำร้องเรียนไปโดน 'รังแกสารพัดอย่างไม่ว่าจะเป็น การจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงงานโปรเจกต์, โดนสั่งย้ายแผนกอย่างไม่เต็มใจ และ ถูกสั่ง Layoff'   ในหมายศาลได้กล่าวอีกว่าโดยเฉพาะหญิงสาวผิวสีใน Activision Blizzard นั้น 'ตกเป็นเหยื่อ' ของการรังแกเช่นกันอย่าง พนักงานชาวแอฟริกัน อเมริกันที่เคยทำงานให้กับแผนก IT ก็เคยถูกหัวหน้าสั่งให้ทำ 'หนึ่งหน้าสรุป' เรื่องช่วงเวลาพักทำอะไรบ้าง ซึ่งในแผนกก็ไม่เคยมีใครได้ทำอะไรแบบนี้มาก่อนส่วนผู้หญิงคนอื่นก็โดนจับไปอยู่ในตำแหน่งระดับต่ำ, ได้ค่าจ้างน้อยกว่า และ ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ เมื่อเทียบกับพนักงานชายที่มีประสบการณ์และความสามารถที่เท่ากันแต่ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมแล้ว'"หัวหน้าที่พึ่งได้เลื่อนขั้นมาเคยผลักงานให้กับลูกน้องที่เป็นพนักงานหญิงไปทำแทนเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปนั่งเล่น Call of Duty" หนึ่งในคำร้องเรียนได้กล่าวเอาไว้    ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องครั้งนี้ก็เคยมีวิธีแก้ไขปัญหานี้มาก่อน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวเพราะ 'กลุ่มที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแก้ปัญหาคำร้องจากฝ่ายผู้บริหารได้' เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ทาง DFEH ได้เสนอขอค่าเสียหาย, เงินค่าจ้างที่ค้างจ่าย และจ่ายค่าชดใช้ที่ทางศาลตัดสินมาผู้พูดแทน Activision Blizzard ได้ออกมาตอบโต้กับการกล่าวหาครั้งนี้โดยการส่งการพูดกับ PC Gamer ว่าการกล่าวหาครั้งนี้ 'มีการดัดแปลงและใส่ความมากมายให้กับ Blizzard' และยังกล่าวอีกว่าทาง DFEH ที่มี "กฏหมายกำหนดให้สอบสวนมากพอและพูดคุยปรับความเข้าใจให้ดีขึ้นและแกไข้ข้อเรียกร้องหรือข้อกังวลใดๆ ก่อนที่จะดำเนินคดี แต่กลับยื่นส่งคำร้องที่ไม่ถูกต้องให้กับทางศาล โดยเราจะแสดงให้เห็นในวันขึ้นศาลเอง"Activision เองก็ได้พูดเจาะจงเรื่องที่พนักงานฆ่าตัวตายอีกว่า "เราเบื่อที่จะเห็น DFEH ดึงโศกนาฏกรรมดังกล่าวที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้มาใช้งาน โดยไม่เห็นแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเลย"นอกจากนั้นก็มีการขยายความอีกว่าการยื่นฟ้องในครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของ Activision Blizzard นั้นแย่ลงกว่าที่เคยเป็นมา "พวกเราได้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมในองค์กรหรือวิศัยทัศน์ที่หัวหน้าทีมต่างๆ มีให้กับการทำงาน หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นจนทำให้เกิดการสอบสวนเมื่อหลายปีก่อนแล้ว" ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ขอความกรุณาใช้วิจารณญาณและคิดวิเคราะห์ในการอ่านข่าวครั้งนี้ด้วยครับCredit: PC Gamer
22 Jul 2021
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
ผลการค้นหา : "J. Allen Brack"
Activision Blizzard โดนยื่นฟ้องฐานคุกคามทางเพศและการเลือกปฏิบัติ
    กรมการจัดหางานและเคหะแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (Department of Fair Employment and Housing: DFEH) ได้ทำการยื่นฟ้อง Activision Blizzard ในเรื่องของพนักงานที่โดนคุกคามทางเพศไม่ว่าจะเป็นทางด้านวาจาหรือการกระทำ และ วัฒนธรรมในการทำงานที่คอยกดขี่พนักงานอยู่เสมอ     การฟ้องในครั้งนี้มาจากการตรวจสอบและเก็บหลักฐานเป็นเวลากว่า 2 ปี นอกจากนี้ผู้หญิงที่ทำงานในบริษัทยังได้รับค่าจ้างและการเลื่อนขั้นน้อยกว่าผู้ชายในตำแหน่งเดียวกันด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้ทาง Activision Blizzard จะปฏิเสธการกล่าวหาในครั้งนี้ไปแล้วก็ตาม    ใน เอกสารยื่นฟ้อง ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ผู้หญิงถูกวาจาแทะโลมอยู่หลายครั้ง รวมไปถึงการแตะเนื้อต้องตัวและการคุกคามอื่นๆ อีกมากมาย" ในสตูดิโอนั้น นอกจากนี้ก็มีเรื่องของ "พนักงานหญิงที่ทำงานให้กับทีมเกม World of Warcraft นั้นถูกพนักงานชายรวมถึงหัวหน้าเข้ามาจีบและข่มขู่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนหรือการแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อผู้หญิง" จากคำร้องเรียนที่ผ่านมา อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเองก็เคยถูกกล่าวหาเรื่อง "แตะเนื้อต้องตัวพนักงานหญิงในงานของบริษัทต่างๆ และรับพักงานหญิงเข้าทำงานจากหน้าตา"นอกจากนี้ก็มีอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเหตุการณ์ที่พนักงานฆ่าตัวตายเนื่องมาจากการคุกคามอีกด้วย    คำร้องเรียนที่เคยส่งไปยังแผนก HR ของ Activision Blizzard รวมไปถึง J. Allen Brack ผู้เป็นประธานของ Blizzard ก็ถูกปฏิเสธไปเพราะ "คำร้องถูกเมินเฉยและนับว่าไม่เหมาะสม แถมไม่ได้เก็บเป็นความลับอีกด้วย" ซึ่งทำให้พนักงานที่ส่งคำร้องเรียนไปโดน 'รังแกสารพัดอย่างไม่ว่าจะเป็น การจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงงานโปรเจกต์, โดนสั่งย้ายแผนกอย่างไม่เต็มใจ และ ถูกสั่ง Layoff'   ในหมายศาลได้กล่าวอีกว่าโดยเฉพาะหญิงสาวผิวสีใน Activision Blizzard นั้น 'ตกเป็นเหยื่อ' ของการรังแกเช่นกันอย่าง พนักงานชาวแอฟริกัน อเมริกันที่เคยทำงานให้กับแผนก IT ก็เคยถูกหัวหน้าสั่งให้ทำ 'หนึ่งหน้าสรุป' เรื่องช่วงเวลาพักทำอะไรบ้าง ซึ่งในแผนกก็ไม่เคยมีใครได้ทำอะไรแบบนี้มาก่อนส่วนผู้หญิงคนอื่นก็โดนจับไปอยู่ในตำแหน่งระดับต่ำ, ได้ค่าจ้างน้อยกว่า และ ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ เมื่อเทียบกับพนักงานชายที่มีประสบการณ์และความสามารถที่เท่ากันแต่ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมแล้ว'"หัวหน้าที่พึ่งได้เลื่อนขั้นมาเคยผลักงานให้กับลูกน้องที่เป็นพนักงานหญิงไปทำแทนเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปนั่งเล่น Call of Duty" หนึ่งในคำร้องเรียนได้กล่าวเอาไว้    ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องครั้งนี้ก็เคยมีวิธีแก้ไขปัญหานี้มาก่อน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวเพราะ 'กลุ่มที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแก้ปัญหาคำร้องจากฝ่ายผู้บริหารได้' เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ทาง DFEH ได้เสนอขอค่าเสียหาย, เงินค่าจ้างที่ค้างจ่าย และจ่ายค่าชดใช้ที่ทางศาลตัดสินมาผู้พูดแทน Activision Blizzard ได้ออกมาตอบโต้กับการกล่าวหาครั้งนี้โดยการส่งการพูดกับ PC Gamer ว่าการกล่าวหาครั้งนี้ 'มีการดัดแปลงและใส่ความมากมายให้กับ Blizzard' และยังกล่าวอีกว่าทาง DFEH ที่มี "กฏหมายกำหนดให้สอบสวนมากพอและพูดคุยปรับความเข้าใจให้ดีขึ้นและแกไข้ข้อเรียกร้องหรือข้อกังวลใดๆ ก่อนที่จะดำเนินคดี แต่กลับยื่นส่งคำร้องที่ไม่ถูกต้องให้กับทางศาล โดยเราจะแสดงให้เห็นในวันขึ้นศาลเอง"Activision เองก็ได้พูดเจาะจงเรื่องที่พนักงานฆ่าตัวตายอีกว่า "เราเบื่อที่จะเห็น DFEH ดึงโศกนาฏกรรมดังกล่าวที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้มาใช้งาน โดยไม่เห็นแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเลย"นอกจากนั้นก็มีการขยายความอีกว่าการยื่นฟ้องในครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของ Activision Blizzard นั้นแย่ลงกว่าที่เคยเป็นมา "พวกเราได้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมในองค์กรหรือวิศัยทัศน์ที่หัวหน้าทีมต่างๆ มีให้กับการทำงาน หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นจนทำให้เกิดการสอบสวนเมื่อหลายปีก่อนแล้ว" ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ขอความกรุณาใช้วิจารณญาณและคิดวิเคราะห์ในการอ่านข่าวครั้งนี้ด้วยครับCredit: PC Gamer
22 Jul 2021